เมื่อเอ่ยถึง “ซูชิ” (Sushi / 寿司) ภาพจำของคนส่วนใหญ่มักเป็นข้าวปั้นก้อนสี่เหลี่ยมผืนผ้าท็อปปิ้งด้วยปลาดิบสดใหม่ หรือที่เรียกว่า นิกิริซูชิ (Nigiri Sushi) แต่ในโลกแห่งศิลปะการทำอาหารญี่ปุ่น ยังมีวัฒนธรรมซูชิอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน นั่นคือ “ซูชิม้วน” ซึ่งบนเล่มเมนูมักจะปรากฏชื่อเรียกสองคำหลักๆ ได้แก่ ‘มากิ (Maki)’ และ ‘โรล (Roll)’แม้ว่าทั้งสองสิ่งจะดูเหมือนกันในฐานะข้าวห่อสาหร่ายม้วนเป็นทรงกระบอกแล้วตัดเป็นชิ้นคำ แต่ในเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเทคนิคการประกอบอาหาร ซูชิทั้งสองประเภทนี้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ1. จุดกำเนิดของ “มากิซูชิ” (Maki Sushi – 巻き寿司) ศิลปะดั้งเดิมยุคเอโดะ
คำว่า “มากิ” (Maki) ในภาษาญี่ปุ่นมาจากคำกริยา Maku (巻く) แปลว่า “การม้วน” หรือ “การห่อ” ประวัติศาสตร์ของมากิซูชิสามารถย้อนกลับไปได้ถึงช่วงกลางยุคเอโดะ (ค.ศ. 1750-1800) ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวญี่ปุ่นเริ่มคิดค้น “สาหร่ายโนริแบบแผ่น” (Nori Sheet) ขึ้นมาใช้งานในยุคนั้น มากิซูชิถูกคิดค้นขึ้นเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตของชาวเมืองเอโดะที่ต้องการอาหารที่รับประทานง่าย พกพาสะดวก ไม่เปื้อนมือ โดยเชฟจะนำข้าวซูชิปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูชาริ (Shari) วางลงบนแผ่นสาหร่ายโนริ แผ่ให้สม่ำเสมอ วางไส้ตรงกลาง แล้วใช้เสื่อไม้ไผ่ที่เรียกว่า มาคิสุ (Makisu) ม้วนเข้าด้วยกันเป็นทรงกระบอก โดยมีสาหร่ายห่อหุ้มอยู่อย่างมิดชิดด้านนอกสุดประเภทหลักของมากิซูชิดั้งเดิม:
โฮโซมากิ (Hosomaki – 細巻き): ซูชิม้วนทรงแคบขนาดเล็ก ใช้สาหร่ายเพียงครึ่งแผ่น ไส้ด้านในมักมีเพียงชนิดเดียว เช่น แตงกวา (กัปปะมากิ), ทูน่า (เต็กกะมากิ) หรือหัวไชเท้าดอง (ทาคุอันมากิ) ฟุโตมากิ (Futomaki – 太巻き): ซูชิม้วนทรงใหญ่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-5 เซนติเมตรขึ้นไป ด้านในอัดแน่นด้วยไส้หลากสีสัน 5-7 ชนิด เช่น ไข่ม้วน, อุนางิ, กุ้งต้ม, ผักต้มปรุงรส สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ เทมากิ (Temaki – 手巻き): ซูชิม้วนรูปทรงกรวยที่ใช้มือม้วนอย่างง่าย นิยมรับประทานในงานเลี้ยงสังสรรค์ภายในครอบครัวญี่ปุ่น2. การเดินทางสู่โลกตะวันตกและการกำเนิด “ซูชิโรล” (Roll / Uramaki – 裏巻き)
เมื่อวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นเริ่มแพร่หลายไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาช่วงทศวรรษ 1960-1970 เชฟซูชิชาวญี่ปุ่นในนครลอสแอนเจลิสพบว่า ชาวตะวันตกจำนวนมากในยุคนั้นไม่คุ้นชินกับแผ่นสาหร่ายสีดำด้านนอกสุด เนื่องจากมีสัมผัสที่เหนียวและสีสันที่ไม่ชวนรับประทานสำหรับวัฒนธรรมตะวันตกเชฟจึงได้คิดค้นเทคนิคการทำ “อุรามากิ” (Uramaki – 裏巻き) หรือการม้วนซูชิแบบกลับด้านขึ้นมา โดยวางแผ่นสาหร่ายไว้ด้านในตรงกลาง แล้วนำข้าวซูชิมาไว้อยู่ด้านนอกสุด เพื่อซ่อนแผ่นสาหร่ายเอาไว้ และนี่คือจุดเริ่มต้นของคำว่า “ซูชิโรล” (Sushi Roll) สไตล์ฟิวชันเมื่อข้าวอยู่ด้านนอก เชฟจึงสามารถตกแต่งหน้าซูชิโรลด้วยวัตถุดิบและซอสหลากสไตล์ได้ง่ายขึ้น เช่น การโรยไข่กุ้ง (Tobiko), งาขาวคั่ว, การวางท็อปปิ้งด้วยอะโวคาโด, แซลมอน, ฟัวกราส์ หรืออูนิ แล้วนำไปลนไฟ (Aburi / 炙り) เพิ่มกลิ่นหอมอบอวล3. สรุปความแตกต่างสำคัญระหว่าง มากิ กับ โรล
โครงสร้างตำแหน่งสาหร่าย: มากิ จะมีแผ่นสาหร่ายโนริห่อหุ้มอยู่นอกสุด ส่วน โรล แผ่นสาหร่ายจะถูกซ่อนอยู่ด้านใน โดยมีข้าวซูชิอยู่ด้านนอกสุด มิติของรสชาติ: มากิ เน้นชูรสชาติธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของวัตถุดิบหลักผสมผสานกับความหอมกรอบของสาหร่าย ส่วน โรล เน้นความหลากหลายของรสสัมผัส (Texture) และความเข้มข้นของซอสที่ราดท็อปปิ้ง สไตล์วัฒนธรรม: มากิ สะท้อนถึงความเรียบง่าย สดใหม่ ประณีตตามวิถีเอโดะดั้งเดิม ส่วน โรล สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และการผสมผสานวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกอย่างลงตัวสัมผัสศาสตร์แห่งการม้วนซูชิระดับพรีเมียมที่ลิตเติ้ลเอโดะ (LITTLE EDO)
ที่ลิตเติ้ลเอโดะ (LITTLE EDO) เราพิถีพิถันในทุกกระบวนการรังสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ข้าวซูชิสายพันธุ์ดี ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูสูตรพิเศษ การคัดสรรแผ่นสาหร่ายโนริเกรดท็อปที่มีความหอมกรอบ ตลอดจนวัตถุดิบท้องทะเลสดใหม่ส่งตรงจากญี่ปุ่น เพื่อให้ทุกคำของซูชิมากิและซูชิโรลที่คุณได้รับประทาน เต็มไปด้วยมิติรสชาติอันสมบูรณ์แบบที่สุด#LITTLEEDO #ลิตเติ้ลเอโดะ #มากิซูชิ #ซูชิโรล #MakiSushi #SushiRoll #ร้านอาหารญี่ปุ่น #อาหารญี่ปุ่นพรีเมียม #ซูชิพรีเมียม #สไตล์เอโดะ




